คลังเก็บป้ายกำกับ: ผีแดง

ใครได้ใครเสียประโยชน์? เมื่อ “เฟร็ด” เข้ามาในสวมเสื้อแมนยู

   แมนฯยูไนเต็ด ได้มิดฟิลด์เข้ามาเสริมทัพเป็นรายแรกหลังเซ็นสัญญาคว้าตัว เฟร็ด กองกลางจากชัคตาร์ โดเน็ตส์ค

ใครได้ใครเสียประโยชน์? เมื่อ "เฟร็ด" เข้ามาในสวมเสื้อแมนยู

ผีแดงคงต้องการเพิ่มมิติในแดนกลางมากยิ่งขึ้นหลังฤดูกาลที่ผ่านมาดูจะยังไม่ตอบโจทย์สักเท่าไหร่ แต่การมาของ เฟร็ด น่าจะส่งผลกระทบต่อหลายคนพอสมควรทั้งตัวผู้เล่นและตำแหน่งผู้จัดการทีม มีใครที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์จากดีลนี้บ้างไปดูกัน

ฝั่งได้ประโยชน์

ใครได้ใครเสียประโยชน์? เมื่อ "เฟร็ด" เข้ามาในสวมเสื้อแมนยู
1.โชเซ่ มูรินโญ่
ฤดูกาลที่ผ่านมาแมนฯยูไนเต็ด ไม่มีโอกาสได้ใช้ไมเคิล คาร์ริค เนื่องจากได้รับบาดเจ็บจนต้องประกาศรีไทร์ไปในที่สุด การหาตัวแทนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การเข้ามาของเฟร็ด แดนกลางกลับมามีชีวิตชีวามากขึ้นเหมือนตอนคาร์ริคอยู่ในสนาม การครองบอลและการผ่านบอลของเขาน่าจะทำให้แฟนผีนึกถึงมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษได้เป็นอย่างดี

ใครได้ใครเสียประโยชน์? เมื่อ "เฟร็ด" เข้ามาในสวมเสื้อแมนยู

2.ปอล ป็อกบา
ช่วงซีซั่นที่ผ่านมา พอล สโคลล์ อดีตกองกลางแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่าการใช้ ปอล ป็อกบา ให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั้นคือต้องดันขึ้นไปเล่นเกมรุกแบบเต็มตัว การได้ เฟร็ด เข้ามานั้นน่าจะตอบโจทย์ตรงนี้เป็นอย่างดี เพราะกองกลางทีมชาติบราซิลเป็นมิดฟิลด์แบบวิ่งพล่านไปทั่วสนาม สามารถเล่นได้ทั้งเกมรุกและเกมรับ ดังนั้นมูรินโญ่อาจจะเล่นมิดฟิลด์ 3 ตัว โดยให้เฟร็ด คู่กับปอล ป็อกบา และคอยมีเนมานย่า มาติช เล่นเป็นกองกลางตัวงรับ คราวนี้ป็อกบาคงไม่ต้องกังวลถึงเกมรับอีกต่อไปเพราะมีมิดฟิลด์มาช่วยถึง 2 คน

ใครได้ใครเสียประโยชน์? เมื่อ "เฟร็ด" เข้ามาในสวมเสื้อแมนยู

3.ฟิล โจนส์
กองหลังทีมชาติอังกฤษ ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในช่วงท้ายซีซั่นโดยเฉพาะนัดชิงชนะเลิศเอฟ คัพ ที่เจ้าตัวทำผิดพลาดจนถึงขั้นพลาดแชมป์ ในอดีตแมนยูมีผู้เล่นกองหลังอย่าง สตีฟ บรูซ และแกรี่ พัลลิสเตอร์ อยู่ในฟอร์มที่สุดยอดกันทั้งคู่ ส่วนหนึ่งเลยพวกเขาได้มิดฟิลด์ชั้นยอดอย่าง รอย คีน คอยสกรีนเกมรับก่อน แม้ เฟร็ด จะไม่ใช่นิว รอย คีน แต่ด้วยคาแรคเตอร์ในสนามและลักษณะการเล่น จะทำให้กองหลังของทีมเล่นง่ายมากขึ้น ซึ่งมันจะส่งผลดีกับความมั่นใจของฟิล โจนส์ เป็นอย่างมาก เฟร็ด น่าจะมีส่วนทำให้เกมรับของยูไนเต็ดแน่นขึ้น

ฝั่งเสียประโยชน์

ใครได้ใครเสียประโยชน์? เมื่อ "เฟร็ด" เข้ามาในสวมเสื้อแมนยู
1.สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์
แน่นอนการเข้ามาของเฟร็ด จะทำให้มีการแข่งขันในแดนกลางของแมนยูไนเต็ดสูงขึ้น ซึ่งมันย่อมส่งผลกระทบต่อดาวรุ่งวัย 21 ปีรายนี้ ที่แจ้งเกิดในซีซั่นล่าสุด แม็คโทมิเนย์ ต้องการลงเล่นมากขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพซึ่งซีซั่นที่จะถึงนี้อาจจะเเป็นการยากที่จะเบียดตัวจริงเมื่อเทียบกับชื่อชั้นของมิดฟิลด์รายอื่นๆ ดังนั้นมีอยู่สองทางคือต้องนั่งอดทนรอโอกาสหรือเจ้าตัวอาจย้ายทีมแบบยืมตัวเพื่อไปเก็บประสบการณ์ก่อน

ใครได้ใครเสียประโยชน์? เมื่อ "เฟร็ด" เข้ามาในสวมเสื้อแมนยู
2.มารูยาน เฟลไลนี่
เฟลไลนี่ ลงเล่นในสีเสื้อปีศาจแดง 155 นัดและทำประตูได้ 20 ประตูซึ่งในช่วงยุคของโชเซ่ มูรินโญ่ เขามักจะตกเป็นตัวสำรองบ่อยครั้ง ฤดูกาลนี้เขาออกสตาร์ทตัวจริงแค่ 5 นัด คงต้องถึงเวลาเจ้าตัวจะต้องอำลาปีศาจแดงจริงๆเสียแล้ว กองกลางทีมชาติเบลเยี่ยมมีข่าวเชื่อมโยงกับกาลาตาซาราย ทีมจากตุรกี ซึ่งการเซ็นสัญญาเฟร็ดเข้ามาก็น่าจะเป็นสัญญาณที่คาดว่าดีลของเฟลไลนี่ใกล้เสร็จสิ้นภายในเร็วๆนี้

ใครได้ใครเสียประโยชน์? เมื่อ "เฟร็ด" เข้ามาในสวมเสื้อแมนยู
3.แมนเชสเตอร์ ซิตี้
แฟนแมนฯซิตี้อาจจะไม่เห็นด้วยแต่ เฟร็ด เคยเป็นหนึ่งในนักเตะที่เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อยากได้และมีข่าวเชื่อมโยงว่าเขาจะย้ายมาในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยมหลังจบฤดูกาลที่ผ่านมา เมื่อ เฟอร์นานดินโญ่ อายุปาไป 33 แล้วทำให้ เป๊ป เริ่มจะมองหาตัวแทนในระยะยาว และ เฟร็ด น่าจะเป็นคำตอบที่ดีเพราะสไตล์การเล่นแทบจะเหมือนกันแถมยังเป็นเพื่อนร่วมทีมชาติแซมบ้ากันอีกด้วย เป็นอีกหนึ่งครั้งที่ แมนฯยูไนเต็ด ฉกผู้เล่นที่เป็นเป้าหมายของเรือใบไปหลังเคยทำกับ อเล็กซิส ซานเชซ เมื่อกลางฤดูกาลที่ผ่านมา การตัดกำลังคู่แข่งน่าจะเป็นเรื่องที่แฟนผีแดงพอใจเป็นอย่างยิ่ง  Allthingsbeautifulblog

ดาร์บี้แมตช์แมนเชสเตอร์ผีแดงคึกเปิดบ้านดวลเรือใบสีฟ้า

     ฟุตบอลวันเสาร์นี้ มีบิ๊กแมตช์พรีเมียร์ ลีกให้ติดตาม “ผีแดง” แมนฯยู เปิดบ้านต้อนรับ”เรือใบสีฟ้า” แมนฯซิตี้ จ่าฝูง คู่ปรับร่วมเมือง ขณะที่ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูลจะฉลองสนามแอนฟิลด์ที่ขยายเพิ่มความจุ ต้อนรับแชมป์เก่า เลสเตอร์ ด้านลา ลีกา สเปน รีล มาดริด และบาร์ซ่าเล่นในถิ่นเจอทีมรองบ่อน ขณะที่ศึกกัลโช่ แชมป์เก่า ยูเวนตุส ก็เล่นในรัง ต้อนรับซาสซูโอโล่ ทีมไหนจะได้ฉลองชัย แฟนบอลห้ามพลาด
%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%8a%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3
     วันเสาร์ที่ 10 ก.ย.2559
     พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ
     แมนฯยู-แมนฯซิตี้ บิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์นี้ “ผีแดง” แมนฯยู อันดับ 3 มี 9 แต้มจากการเก็บชัย 3 นัด ต้อนรับ”เรือใบสีฟ้า”แมนฯซิตี้ จ่าฝูง ที่มี 9 แต้มเท่ากัน แต่ประตูได้เสียดีกว่า
ทั้งสองทีมฤดูกาลนี้ได้กุนซือใหม่มาคุมทัพ โดยเจ้าถิ่น ดึงโชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุกีส มาเป็นหัวหน้าโค้ช ส่วนแมนฯซิตี้ มี เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เป็นนายใหญ่

     สองยอดกุนซือจะได้ดวลกันอีกครั้ง หลังจากเคยวัดกึ๋นกันในศึกลา ลีกา สเปน ยุคที่มูรินโญ่ คุมรีล มาดริด ส่วนเป๊ปเป็นกุนซือบาร์เซโลน่า
ผลงานการเจอกันของ 2 กุนซือ กวาร์ดิโอล่าทำได้ดีกว่า พบกัน 16 แมตช์ ทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่าแพ้เพียง 3 นัด
     สำหรับเกมนี้ แมนฯยู จะนำทัพโดย ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าตัวเก่ง ประสานงานกับ เวย์น รูนีย์ กัปตันทีม, ฮวน มาต้า, อองโทนี่ มาร์ซิอัล,
     ขณะที่ทีมเยือน สภาพทีมไม่สมบูรณ์ จะไม่มี เซอร์จิโอ อเกโร่ ดาวยิงตัวเก่งชาวอาร์เจนไตน์ที่ติดโทษแบน แต่ตัวหลักอื่นในแนวรุก พร้อมลงสนามทั้ง ดาวิด ซิลบา, ราฮีม สเตอร์ลิ่งและ เควิน เดอ บรอยน์
     สองทีมมีเกมรุกที่อันตรายพอๆกัน แต่แมนฯซิตี้ ทีมเยือน ไม่มี”อเกโร่” ประสิทธิภาพการยิงประตูน่าจะด้อยลงไป
     “ผีแดง”ได้เปรียบเล็กน้อย มีสิทธิ์เฉือนชนะในศึกดาร์บี้แมตช์เมืองแมนเชสเตอร์นัดนี้
     อาร์เซนอล-เซาแธมป์ตั้น ทีม”ปืนใหญ่”ล่าสุดชนะ บุกชนะวัตฟอร์ด 3-1 ขณะที่เซาแธมป์ตั้น เสมอซันเดอร์แลนด์ 1-1
     อาร์เซนอลพร้อมส่งธีโอ วัลค็อตต์, เมซุต โอซิล, ซานติ กาซอร์ล่า, รวมทั้ง 2 นักเตะใหม่ สโคดราน มุสตาฟี่ กองหลังตัวแกร่ง และลูคัส เปเรซ ที่ดึงมาก่อนปิดตลาด น่าจะพร้อมลงเล่น ส่วน   ทีม”นักบุญ” เกมนี้ พร้อมส่งนักเตะแนวรุกอย่าง นาธาน เรดมอนด์, เจย์ โรดริเกซ
     เจ้าถิ่น ปืนใหญ่ เกมรุกคมกว่า มีสิทธิ์ได้ 3 แต้ม
     บอร์นมัธ-เวสต์บรอมวิช เจ้าถิ่นได้นักเตะใหม่มาเสริมทีมหลายคนในฤดกาลนี้ ล่าสุดยืมตัว แจ๊ก วิลแชร์ กองกลางจากอาร์เซนอลมาสร้างสรรค์เกมรุก แต่ทีมเยือนก็แข็งแกร่ง ได้ ฮัล-ร็อบสัน คานู กองหน้าทีมชาติเวลส์ มาเสริมคม ทำให้เกมรุกเด็ดขาดขึ้น มองแล้วสูสี น่าแบ่งแต้ม
     เบิร์นลีย์-ฮัลล์ เจ้าบ้านมีเกมรุกที่อันตราย นำโดยแซม โวกส์, อังเดร เกรย์ ส่วนทีมเยือนมีกองหน้าที่อันตรายอย่าง อาเบล เฮอร์นันเดซ ฮัลล์มีความหลากหลายกว่า มีสิทธิ์บุกมาคว้าชัย
     มิดเดิลสโบรห์-คริสตัล พาเลซ เจ้าถิ่นออกสตาร์ตฤดูกาลนี้ได้ดีกว่าทีมเยือน แนวรุกของเดอะ โบโร่ นำโดย คริสเตียน สตูอานี่, อัลบาโร่ เนเกรโด, สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง ด้านทีมเยือน แนวรุกมี   คริสเตียน เบนเตเก้, คอนเนอร์ วิกแฮม, อันดรอส ทาวน์เซนด์, เจสัน พันเชียน
     ศักยภาพใกล้เคียงกัน มีสิทธิ์แบ่งแต้ม
     สโต๊ก-สเปอร์ เจ้าถิ่น ทีมช่างปั้นหม้อ ฟอร์มออกสตาร์ตได้ไม่ดี แนวรุกยังมี โจนธาน วอลเตอร์ส, โจ อัลเลน, ปีเตอร์ เคร้าช์, มาร์โก้ อาร์นัวโตวิช
     ด้านทีมเยือนสเปอร์ เกมรุกยังสุดยอดเหมือนเดิม แม้แฮร์รี่ เคน ดาวยิงประจำทีมฟอร์มยังฝืด แต่ตัวอื่นยังอันตราย ทั้ง เดเล่ อัลลี่, คริสเตียน เอริกเซ่น
     “ไก่เดือยทอง”มีความหลากหลายกว่า น่าบุกมาเฉือนชนะ
     เวสต์แฮม-วัตฟอร์ด นัดที่แล้ว ต่างแพ้มาด้วยกันทั้งคู่ โดยเจ้าบ้าน “ขุนค้อน”ล่าสุดแพ้แมนฯซิตี้ 1-3 ส่วนวัตฟอร์ด แพ้อาร์เซนอลคาบ้าน 1-3
     เวสต์แฮมยังไม่มี แอนดี้ แคร์โรลล์ หัวหอกที่เจ็บยาว แต่เกมนี้น่าจะได้ ดิมิทรี ปาเยต กองกลางจอมทัพที่หายเจ็บ กลับมาเล่นได้แล้ว ภาพรวม”ขุนค้อน”ดีกว่า น่าคืนฟอร์มเก็บ 3 แต้ม

     ลิเวอร์พูล-เลสเตอร์ “หงส์แดง” เจ้าถิ่นจะได้เล่นในบ้านนัดแรกของฤดูกาลนี้ ประเดิมสนาม”แอนฟิลด์”ที่ต่อเติมขยายสนามเพิ่มความจุ เป็น 54,000 คน ต้อนรับ”จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่า ลูกทีมของเคลาดิโอ รานิเอรี่

     ทั้งสองทีมมี 4 แต้มเท่ากัน จากการชนะ 1 นัด เสมอ 1 นัด และแพ้ 1 นัด

     ความพร้อมเกมนี้ ลิเวอร์พูล พร้อมส่งแนวรุกตัวหลัก ทั้งโรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่, แดเนียล สเตอร์ริดจ์, ซาดิโอ มาเน่, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ แต่จะไม่มี รักนาร์ คลาวาน กองหลังทีมชาติเอสโตเนีย และ เอ็มเร่ ชาน กองกลางทีมชาติเยอรมนี ที่บาดเจ็บ
ด้านทีมเยือน แนวรุกนำทัพโดย เจมี่ วาร์ดี้, ริยาด มาห์เรซ, ชินจิ โอคาซากิ, แต่ต้องลุ้นเช็กความฟิตของแคสเปอร์ ชไมเคิล นายทวารมือ 1 ที่บาดเจ็บ ต้องผ่าตัด
“หงส์แดง”ฉลองสนามด้วยความคึก น่าเบียดชนะแชมป์เก่าได้

     ลา ลีกา สเปน
     เซลต้า บีโก้-แอตฯมาดริด นัดที่แล้ว เซลต้า แพ้ รีล มาดริด 1-2 ส่วนทีมเยือน “ตราหมี” นัดที่แล้วเสมอเลกาเนส 0-0 ศักยภาพของ”ตราหมี”เหนือกว่า แม้จะมาเยือน แต่น่าจะมีโอกาสชนะมากกว่า

     รีล มาดริด-โอซาซูน่า “ราชันชุดขาว” เปิดบ้านต้อนรับทีมน้องใหม่อย่างโอซาซูน่า เกมนี้ เจ้าถิ่นนำทัพโดยแกเร็ธ เบล, โทนี่ โครส, ต้องลุ้น คริสเตียโน่ โรนัลโด้จะฟิตพอลงสนามได้หรือไม่ หลังหายเจ็บกลับมาซ้อมได้แล้วช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ศักยภาพของรีล มาดริดเหนือกว่า น่าชนะได้ไม่ยาก

     มาลาก้า-บียาร์รีล เจ้าถิ่นมีกองหน้าอย่างซานโดร รามิเรซ, จอนนี่ คอยล่าตาข่าย ส่วนส ทีมเยือน มีอเล็กซานเดร ปาโต้ หัวหอกชาวบราซิเลียนศักยภาพใกล้เคียงกัน น่าแบ่งแต้ม

      เซบีญ่า-ลาส พัลมาส แชมป์ยูโรป้า ลีก ได้เล่นในถิ่น เกมรุกและเกมรับเหนือกว่าทีมเยือน มีโอกาสเก็บ 3 แต้มได้สูง

      บาร์เซโลน่า-อลาเบส เจ้าถิ่น แชมป์เก่า เจอทีมน้องใหม่ อย่างอลาเบส เกมนี้ บาร์ซ่าจะไม่มี ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ที่บาดเจ็บจากการเล่นให้ทีมชาติอาร์เจนติน่า คัดบอลโลก เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ตัวรุกอื่นนำโดย หลุยส์ ซัวเรซ, เดนิส ซัวเรซ, อาร์ด้า ตูราน ขณะที่ทีมเยือนฝากความหวังกับ ดาเนียล ตอร์เรส
บาร์ซ่าเหนือกว่าทุกอย่าง คงยิงไม่เลี้ยง

     กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี
     ยูเวนตุส-ซาสซูโอโล่ ทีม”ม้าลาย” ยูเวนตุส ต้อนรับ ซาสซูโอโล่ ถือว่าไม่หนักมากนัก แชมป์เก่าแนวรุก มีทั้ง กอนซาโล่ อิกัวอิน, เปาโล ดีบาล่า ประสานงานกับ ซามี่ เคดิร่า เจ้าถิ่นเหนือกว่า โอกาสได้ 3 แต้มสูงกว่า

      ปาแลร์โม่-นาโปลี เจ้าถิ่น เตะ 2 นัด ยังไม่ชนะใคร แพ้ 1 เสมอ 1 นัด ล่าสุดเจ๊าอินเตอร์ฯ 1-1 ส่วนทีมเยือนเริ่มคืนฟอร์มเก่ง นัดล่าสุดถล่มเอซี มิลาน 4-2 แนวรุกมีทั้ง อาร์คาดิอุสซ์ มิลิก กองหน้าทีมชาติโปแลนด์ เกมรุกหลากหลายกว่า นาโปลีมีลุ้นบุกมาคว้าชัย

     บุนเดสลีกา เยอรมนี
     เลเวอร์คูเซ่น-ฮัมบูร์ก ทีมเจ้าถิ่น “ห้างขายยา”เกมรุกเด็ดขาดกว่า น่าทำให้แฟนบอลได้สมหวัง

     อิงโกลสตัดต์-แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ทีมเยือนมีความหลากหลายในแนวรุก จังหวะทีเด็ดทีขาด มีมากกว่าเจ้าถิ่น มีสิทธิ์บุกมาเก็บชัย

     ไฟรบวร์ก-มึนเช่นกลัดบัก ทีมเยือนเกมรุกอันตราย แนวรับแข็งแกร่ง มีโอกาสเก็บ 3 แต้ม

     ดาร์มสตัดต์-แฟรงก์เฟิร์ต ศักยภาพอกัน น่าแบ่งแต้ม

     โวล์ฟสบวร์ก-โคโลญจน์ เจ้าบ้านค่อนข้างแกร่งกว่า ทั้งเกมรุกและเกมรับ มองแล้ว มีโอกาสสูงที่จะเก็บชัยได้

      ไลป์ซิก-ดอร์ตมุนด์ เจ้าบ้านได้เปรียบแค่เสียงเชียร์ ด้านอื่นเป็นรองดอร์ตมุนด์ทุกอย่าง เกมนี้   “เสือเหลือง”น่าบุกมาชนะได้ไม่ยาก