คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวทั่วไป

สุดเถื่อน ! แก๊งโจ๋โหดบุกรุมกระทืบหนุ่มหมู่บ้านเอื้ออาทร โคม่าปางตาย

ดุเดือด! แก๊งโจ๋รุมตีหนุ่มจากข้างหลังไม่ยั้งจนสลบ ไม่พอพวกกระทืบหัวซ้ำอย่างโหดเหี้ยม ชาวเน็ตสังเกตคนกระทืบใส่กางเกงมีแถบเรืองแสงคล้ายเครื่องแบบพนักงานรัฐ

เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดในหมู่บ้านเอื้ออาทร จ. ปทุมธานี จับภาพขณะที่ ชายคนหนึ่งได้นั่งหันหลังอยู่ แต่จากนั้นได้มีคนร้ายใส่หมวกันน็อคเต็มใบได้ใช้ไม้ฟาดเข้าไปที่หัวอย่างแรงหลายครั้งจนชายคนที่โดนฟาดแน่นิ่งไป

จากนั้นยังมีชายกลุ่มหนึ่งวิ่งมารุมทั้งเตะและเอาเก้าอี้และหมวกกันน็อคฟาดซ้ำไปที่หัวหลายครั้ง ก่อนจะรีบแยกย้ายพากันหลบหนีไป และถ้าหากสังเกตดีๆ คนที่เตะใส่กางเกงมีแถบเรืองแสงคล้ายพนักงานเทศบาลหรือพนักงานดับเพลิง

ทั้งนี้ ทราบชื่อผู้บาดเจ็บคือ นายศุภธนกฤต ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่ รพ.ปทุมธานี อาการยังสาหัส ไม่รู้สึกตัวและต้องได้รับการผ่าตัดสมอง สาเหตุเบื้องต้นคาดว่าเป็นการขัดผลประโยชน์ภายในหมู่บ้าน โดยทั้งนี้ก่อนหน้าเคยถูทำร้ายมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่อาการไม่สาหัส ครั้งนี้เชื่อว่าน่าจะจ้างวานคนมาทำร้าย หวังตีให้ตายตามคลิปดังกล่าว

ล่าสุดได้มีการไปแจ้งความไว้กับ สภ.ปากคลองรังสิต เบื้องต้นเจ้าหน้าที่รู้ตัวคนจ้างวานและพวกที่รุมทำร้ายแล้วแต่ยังไม่สามารถจับตัวได้ และเจ้าหน้าที่จะได้เรียกให้ไปสอบปากคำต่อไป

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com

โซเชียลสุดเศร้า “หมอไผ่” เสียชีวิตแล้ว หลังพ่อขายบ้านนำมารักษา

“หมอไผ่” เจ้าหญิงนิทราที่ประสบอุบัติเหตุเมื่อช่วงต้นปี พ่อประกาศขายบ้านนำเงินมารักษา แต่ล่าสุดได้เสียชีวิตลงอย่างสงบแล้ว

จากกรณีโลกโซเชียลได้แชร์เรื่องราวของ หมอไผ่ พญ.ชนกสุดา มนะเกษตรธาร แพทย์หญิงจาก รพ.ลำพูน ซึ่งประสบอุบัติเหตุรถทัวร์ชนเก๋งจนสมองตาย คุณพ่อต้องประกาศขายบ้าน เพื่อนำเงินทุนมาดูแลลูกสาวในระยะยาว กระทั่งสามารถขายบ้านได้ในราคา 2.5 ล้านได้สำเร็จ แต่ล่าสุดมีรายงานว่า หมอไผ่ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบแล้ว

ตามรายงานจากเฟซบุ๊กคุณ Ittaporn Kanacharoen หรือ พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ รองเลขาธิการแพทยสภา ได้โพสต์ข้อความในหัวข้อที่ว่า “ปิดฉากการต่อสู้ของหมอไผ่” โดยมีเนื้อหาใจความระบุว่า ตลอดระยะเวลา 224 วันที่ต่อสู้มา ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2560 จากอุบัติเหตุที่ จ.พะเยา สู่การต่อสู้รักษาในห้องผ่าตัด กระทั่งสิ้นสุดลงเมื่อคืนวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา

พล.อ.ต.นพ.อิทธพร ยังได้ระบุถึงกำหนดงานพิธีสวดอภิธรรมของ หมอไผ่ ที่จัดขึ้นที่ศาลาพ่วงจินดา วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร ย่านบางเขน ตั้งแต่วันที่ 19-26 สิงหาคม โดยจะมีพิธีรดน้ำศพในช่วงเย็นวันนี้ (19 ส.ค.) และจะมีพิธีฌาปนกิจศพในช่วงเย็นของวันที่ 26 สิงหาคม ก่อนจะมีการทำพิธีลอยอังคารตามลำดับ

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com

บราซิลฮือฮา แชร์สนั่นภาพ “เมฆหายนะ” โผล่กลางเมือง

คนบราซิลแห่แชร์ภาพประหลาดเหนือฟากฟ้ายามเย็น หลังพบเห็นก้อนเมฆประหลาด คล้ายทางสะเก็ดดาวตก ร่ำลือถึงขั้นเป็นลางบอกเหตุวันสิ้นโลก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โลกโซเชียลมีเดียของบราซิลต่างพิศวงสงสัยและแชร์ภาพก้อนเมฆรูปร่างสุดประหลาดอยู่เหนือท้องฟ้า บางคนต่างจินตนาการมองออกเป็นรูปต่างๆ และวิเคราะห์กันไปต่างๆ นานา บ้างก็ร่ำลือว่าอาจเป็นสัญญาณของวันสิ้นโลก

ตามรายงานระบุว่า ประชาชนชาวบราซิลจำนวนมาก ต่างแชร์ภาพปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่แปลกประหลาด เมื่อเกิดก้อนเมฆรูปร่างประหลาดลอยอยู่เหนือท้องฟ้ายามเย็นที่เมืองเตเชย์รา เด เฟรย์ตัส รัฐบาเฮีย ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของกรุงบราซิเลีย เมืองหลวงของประเทศ

ภาพก้อนเมฆดังกล่าวมีลักษณะเหมือนกับภาพตกแต่งตัดต่อในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพียงแต่ว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง อีกทั้งยังสายตาประชาชนจำนวนมากมองเห็นปรากฏการณ์ดังกล่าว ก้อนเมฆรูปทรงยาวคล้ายกับฉากอุกกาบาตตกในหนังหายนะของฮอลลิวูด เมื่อกระทบกับแสงอาทิตย์ตอนใกล้ลับขอบฟ้า ทำให้เกิดเงาสะท้อนสีแดงเทาที่ดูน่าเกรงขาม

ภาพของเมฆก้อนที่ถูกแชร์แพร่หลายในเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม หลายคนวิเคราะห์ไปต่างๆ นานา มีทั้งเชื่อว่าเป็นเหตุสะเก็ดดาวตก หรืออาจจะเป็นเมฆของพายุทอร์นาโด บ้างก็โยงไปถึงสัญญาณจากพระเจ้า และก็อ้างว่าเป็นสิ่งเตือนภัยจากวันสิ้นโลก

แต่อย่างไรก็ตาม ก้อนเมฆดังกล่าวปรากฏให้เห็นอยู่เหนือท้องฟ้ายามเย็น ก่อนจะค่อยๆ เปลี่ยนรูปร่างตามกระแสลม ซึ่งในเวลาต่อมาก็ดูเป็นเพียงแนวชั้นเมฆที่ทอดตัวยาวธรรมดาทั่วไป และไม่ได้เกิดภัยธรรมชาติหรือหายนะใดๆ ตามมาตามเสียงร่ำลือ

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com

ชาวเน็ตแฉ ชายแอบถ่ายใต้กระโปรงหญิงบนรถไฟใต้ดินที่จีน

สื่อประเทศจีนรายงานว่า (16 ส.ค.) มีชาวเน็ตแชร์เผยแพร่รูปภาพและมีการวิพากษ์วิจารณ์กันไม่น้อยบนสื่อโซเชียลฯ ของจีน โดยเป็นภาพชายรายหนึ่งคล้ายใช้มือถือแอบถ่ายใต้กระโปรงหญิงสาวรายหนึ่งที่ใส่ชุดกระโปรงสั้นสีขาวยืนอยู่ด้านหน้า ขณะนั่งอยู่บนขบวนรถไฟใต้ดิน

ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังนางสาวจาง (นามสมมติ) ที่แชร์เผยแพร่รูปดังกล่าว โดยนางสาวจางเล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมา บนขบวนรถไฟใต้ดินอู๋ฮั่น สาย 3 ขณะนั้นเธอนั่งอยู่ใกล้กับชายรายดังกล่าวซึ่งมีอายุประมาณ 50 ปี ต่อมาก็พบชายรายดังกล่าวจ้องมองหญิงสาวคนหนึ่งที่อยู่ข้างกันไม่หยุดจนทำให้เธอต้องสนใจ

กระทั่งมีหญิงสาววัยราวนักเรียนมัธยมปลายใส่ชุดกระโปรงสีขาวขึ้นรถมายืนอยู่ด้านหน้าเขา และพบเขาควักมือถือออกมาแอบถ่ายใต้กระโปรงของหญิงสาวรายดังกล่าว

ซึ่งระหว่างนั้นเธอไม่ได้เอ่ยปากเตือน แต่ได้แอบถ่ายรูปการกระทำนั้นไว้ก่อนลุกขึ้นนำรูปที่ถ่ายได้ไปให้หญิงสาวรายดังกล่าวดู ซึ่งก็ทำให้เขารู้สึกตัวขึ้นมา และลงจากรถไปหลังจากขบวนรถเข้าจอดที่สถานี

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าว

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com

จีนลงทุนสามหมื่นล้าน สร้างสนามบินใหม่ในกัมพูชา

สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า ทางการกัมพูชาเซ็นสัญญาก่อสร้างท่าอากาศยานนานาชาติแห่งใหม่ของกรุงเสียมราฐ มูลค่า 880 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 30,800 ล้านบาท) กับกลุ่มบริษัทจีน โดยยูนนาน อินเวสต์เมนต์ โฮลดิ้ง (YIHL) รัฐวิสาหกิจจีนรับหน้าที่ก่อสร้างสนามบินแห่งใหม่ที่ตั้งอยู่นอกเมืองราว 50 กิโลเมตรในปีหน้า

สำนักเลขาธิการการบินพลเรือนแห่งรัฐของกัมพูชา ประกาศเมื่อวันที่ 15 ส.ค. ว่าขั้นตอนทางกฎหมายของการก่อสร้างได้เสร็จสิ้นทั้งหมดแล้ว และรัฐบาลกำลังเจรจาแนวทางการชดเชยกับบริษัทฝรั่งเศสที่ดูแลสนามบินแห่งปัจจุบันของเสียมราฐในกรณียุติสัญญาสัมปทานก่อนกำหนด

ข้อตกลงซึ่งลงนามโดย สก อัน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และซุน อวิ๋น ประธานวายไอเอชแอล ขณะประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เยือนกัมพูชาในเดือนต.ค. 2016 เป็นการลงทุนร่วมโดยวายไอเอชแอล, ยูนนาน คอนสตรัคชั่น อินเวสต์เมนต์ กรุ๊ป และยูนนาน แอร์พอร์ต กรุ๊ป สำหรับสัมปทานก่อสร้าง-ดำเนินงาน-โอนถ่าย (BOT) สนามบินใหม่เป็นระยะเวลา 55 ปี

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com

กอ.รมน.ภาค 4 เผยคนร้ายปล้นเต็นท์รถ 7 คัน เร่งหาอีก 3 คันหวั่นวางบึ้ม

เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเผยเหลือรถอีก 3 คันที่คนร้ายบุกปล้นเต็นท์รถมือสอง จ.ปัตตานี หวั่นคนร้ายนำมาก่อเหตุ

วันนี้ (16 ส.ค.60) พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นคนร้ายได้แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกปล้นรถยนต์ของประชาชนจำนวน 7 คัน ตั้งแต่ช่วงเวลา 05.00 น.ที่ผ่านมาก็ได้มีการปล้นรถของประชาชน ในพื้นที่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ก่อนจะจับสามีภรรยาที่เป็นเจ้าของรถมัดไว้ในสวน จากนั้นได้นำรถคันดังกล่าวไปปล้นในเต็นท์รถมือสองในอ.นาทวี จ.สงขลา ไปจำนวน 6 คัน จากที่รายงานไปในตอนแรกว่ามีจำนวน 5 คัน เมื่อได้ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดพบว่ามีรถอีซุซุสี่ประตู สีขาวเพิ่มอีกหนึ่งคัน สรุปแล้วเหตุการณ์ครั้งนี้คนร้ายได้ปล้นรถไปทั้งหมด 7 คัน จากการตรวจสอบภายหลังพบว่าสามีภรรยาสามารถแก้มัดได้เมื่อช่วงเย็นและไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทำให้ทราบว่าเป็นรถที่ปล้นมาเหมือนกัน

พ.อ.ปราโมทย์ เปิดเผยต่อว่า จากนั้นเมื่อเวลา 12.00 น. แม่ทัพภาคที่ 4 ได้มีการสั่งการให้ทุกหน่วยมีการตั้งจุดสกัดทุกเส้นทาง ทั้งเส้นทางสายหลักและเส้นทางสายรอง รวมทั้งการบินตรวจทางอากาศโดยใช้เฮลิคอปเตอร์ออกตรวจ และแจ้งไปยังภาคประชาชน ผลจากการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่สามารถตรวจพบรถ 4 คัน มีการระเบิดไปแล้ว 1 คันบริเวณถนน 48 เส้นทางเข้าเมืองยะลา ส่วนรถอีซุซุ ดีแมกซ์ สีดำ ได้มีการขับแหกด่านที่บริเวณด่านตรวจเกาะหม้อแกง ทางเจ้าหน้าที่จึงได้มีการยิงสกัดทำให้คนร้ายเสียชีวิต 1 ราย และตรวจยึดอาวุธปืนพกได้ 1 กระบอก จากการตรวจสอบของชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดพบว่ารถคันดังกล่าวมีการประกอบระเบิดซุกซ่อนไว้และสามารถเก็บกู้ได้แล้ว ขณะที่อีกหนึ่งคันสามารถตรวจเจอ ที่อ.โคกโพธิ์ เป็นรถอีซุซุ สีบรอนซ์ทอง เมื่อเวลา 15.00 น.ที่ผ่านมา โดยทั้ง 4 คันมีการประกอบระเบิด 2 คัน ตอนนี้จึงเหลือรถอีก 3 คันที่ยังไม่พบ

“ตอนนี้มีการส่งรายละเอียดแจ้งเตือนทุกฝ่ายให้เฝ้าระวังรถยนต์ทั้ง 3 คันที่เหลือให้ช่วยกันตรวจสอบ คันแรกรถยนต์อีซุซุ สีเทา ทะเบียน บท 5714 สงขลา คันที่สองรถยนต์อีซุซุสี่ประตู สีขาว ทะเบียน ฆท 3327 กรุงเทพมหานคร และอีกคันเป็นรถมาสด้าธันเดอร์ สีบรอนซ์ ทะเบียน บง 8378 นราธิวาส ซึ่งเป็นรถที่คนร้ายได้ปล้นไปจากสามีภรรยาในอ.ยะรัง ก่อนนำไปก่อเหตุที่อ.นาทวี และในกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าได้มีการเปิดวอร์รูมเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด สั่งการทุกหน่วยให้เตรียมพร้อมและแจ้งเตือนไปยังประชาชนทุกพื้นที่เพื่อเฝ้าระวังคนร้ายนำรถทั้ง 3 คน ไปก่อเหตุในพื้นที่เมืองและพื้นที่ล่อแหลม จากการคาดการณ์ของเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 คันมีโอกาสที่จะนำไปทำเป็นคาร์บอมบ์ค่อนข้างสูง แต่ในตอนนี้คนร้ายยังไม่สามารถนำไปวางในจุดที่ต้องการได้ เนื่องจากตอนนี้มีการเฝ้าระวังกันอย่างเต็มที่” โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ฝากเตือน

พ.อ.ปราโมทย์ บอกว่า การก่อเหตุในวันนี้นับเป็นครั้งแรกที่คนร้ายเลือกก่อเหตุกับเต็นท์รถ ซึ่งเจ้าหน้าที่มีการคาดว่าคนร้ายน่าจะมีการประกอบระเบิดและนำไปกระจายตามจุดที่ต้องการ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่เมือง แต่จากการข่าวที่ได้รับอย่างรวดเร็วทำให้วันนี้สามารถตรวจพบรถได้อย่างทันถ่วงที คนร้ายพยายามปรับเปลี่ยนวิธีการในการปล้นรถเพื่อนำไปวางระเบิด เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่จับทางได้ จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้มีชุดแพทย์เคลื่อนที่ของหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 24 ซึ่งเดินทางมาเส้นทาง 48 ที่รถยนต์ระเบิดบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนชาวบ้าน 4 รายที่เป็นเจ้าของเต็นท์รถและลูกจ้างได้รับบาดเจ็บ 1 ราย และบาดเจ็บสาหัส 1 รายจากการที่คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงที่ศีรษะนำส่งโรงพยาบาลเรียบร้อย ส่วนอีก 1 รายบาดเจ็บเล็กน้อย

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com

เริ่มแล้ว! กทม.ให้รางวัลนำจับ รถ “ขับขี่-จอด” บนทางเท้า

“กทม.” ประกาศส่งหลักฐานขับขี่-จอดรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์บนทางเท้า ผู้แจ้งได้ส่วนแบ่ง 50% ของค่าปรับทันที

เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 60 พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร แถลงข่าว การให้รางวัลนำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับแก่ผู้แจ้ง กรณีพบเห็นผู้กระทำผิด พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 อาทิ ทิ้งขยะในที่สาธารณะ ขับขี่บนทางเท้า ฯลฯ ซึ่งผู้ว่าฯ กทม.ได้ออกระเบียบมาเรียบร้อยแล้ว

หลังมาตรการแก้ปัญหาผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้าและแผงหาบเร่แผงลอย ซึ่งทำให้พื้นที่ทางเท้าเกิดปัญหามีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ใช้ทางเท้าเป็นทางสัญจรจำนวนมากยิ่งขึ้นนั้น ที่ผ่านมา กทม.พยายามจัดระเบียบผู้ขับขี่รถบนทางเท้า ซึ่งส่งผลให้ประชาชนไม่สามารถเดินสัญจรบนทางเท้าได้อย่างสะดวก อีกทั้งยังก่อให้เกิดอันตรายกับประชาชนผู้สัญจรผ่านไปมาได้ โดยมีมาตรการจับปรับตามกฎหมาย กทม.จึงจะใช้มาตรการจูงใจ เพื่อสร้างความร่วมมือให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตาดูแลทางเท้า เช่น จอดรถบนทางเท้า ขับขี่บนทางเท้า ทิ้งขยะลงคูคลอง รถบรรทุกทำสิ่งของหล่นเรี่ยราดบนถนน ซึ่งค่าปรับสูงต่ำ ตามวาระการกระทำผิด

โดยขั้นตอนการแจ้งความนำจับเพื่อขอรับเงินส่วนแบ่งค่าปรับ ตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อย ของบ้านเมือง พ.ศ.2535 สามารถแจ้งเบาะแสได้ทาง ไลน์ เฟซบุ๊ก อีเมล์ ของของสำนักเทศกิจ และ โทร แจ้ง 0 2465 6644 แจ้งเทศกิจจับซึ่งหน้า ได้รางวัลนำจับกึ่งนึงทันที หรือ ถ่ายรูปส่ง ทางสำนักเขต ดำเนินการเรียกผู้กระทำผิดชำระค่าปรับ เสร็จสิ้น ผู้แจ้งเบาะแสมาติดต่อรับรางวัลได้ภายใน 60 วัน ทั้งอายุความ มีอายุ 1 ปี

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com

กรมการขนส่งฯ เตรียมออกใบขับขี่สมาร์ทการ์ด 4 ก.ย.60

กรมการขนส่งทางบก ยกระดับการออกใบอนุญาตขับรถสู่มาตรฐานสากล เพิ่มเทคโนโลยีทันสมัยป้องกันการปลอมแปลง โดยแถบแม่เหล็ก (Magnetic Strip), QR Code เก็บข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมเพิ่มด้านความปลอดภัยทางถนน กำหนดวันที่ 15 สิงหาคม 2560 ยกเลิกใบขับขี่แบบกระดาษ และจะได้รับใบขับขี่ Smart card รูปแบบปัจจุบัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม 100 บาท และตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2560 เริ่มออกใบขับขี่ Smart card รูปแบบใหม่ที่มีเทคโนโลยีทันสมัยครบถ้วนเพียงรูปแบบเดียว

เมื่อวันที่ (15 ส.ค. 60) นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกเตรียมยกระดับเทคโนโลยีใบอนุญาตขับรถแบบพลาสติกหรือ Smart card ตามมาตรฐานสากล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมความปลอดภัย ป้องกันการปลอมแปลงด้วยระบบเทคโนโลยีทันสมัย ด้วยแถบข้อมูลแม่เหล็ก (Magnetic Strip) และเพิ่มเทคโนโลยี QR Code จัดเก็บข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ รองรับการพัฒนา Application เพื่อความสะดวกในการอ่านข้อมูลและนำมาใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยทางถนนในอนาคต อย่างไรก็ตาม ในระยะแรกของการเตรียมปรับรูปแบบใบอนุญาตขับรถสู่มาตรฐานสากล กรมการขนส่งทางบกกำหนดยกเลิกการออกใบอนุญาตขับรถรูปแบบกระดาษ ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2560 เป็นต้นไป โดยประชาชนจะได้รับใบอนุญาตขับรถ Smart card รูปแบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม 100 บาท ที่เป็นแบบสมัครใจตามเดิม

เนื่องจากเป็นการดำเนินการเองโดยกรมการขนส่งทางบก ส่งผลให้ประชาชนไม่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนอกเหนือจากอัตราค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาตขับรถตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดเท่านั้น ดังนั้น กรณีที่ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ชั่วคราว จากอัตราเดิมคือ 305 บาท จะเสียเฉพาะค่าธรรมเนียมและค่าคำขอรวม 205 บาท กรณีเป็นใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล จากอัตราเดิมคือ 605 บาท จะเสียเฉพาะค่าธรรมเนียมและค่าคำขอรวม 505 บาท ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2560 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกจะเริ่มดำเนินการออกใบอนุญาตขับรถ Smart card รูปแบบใหม่ ที่มีเทคโนโลยี QR Code ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถทั้งตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์และกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก เพียงรูปแบบเดียว สำหรับประชาชนที่ได้รับใบอนุญาตขับรถรูปแบบกระดาษ ที่กรมการขนส่งทางบกออกให้ก่อนวันที่ 15 สิงหาคม 2560 รวมถึงใบอนุญาตขับรถ Smart card ที่ออกให้ก่อนวันที่ 4 กันยายน 2560 ยังคงสามารถใช้งานได้ตามกำหนดอายุการใช้งานของใบอนุญาตขับรถ แต่หากชำรุด สูญหาย หรือถึงกำหนดระยะเวลาต่ออายุใบอนุญาตขับรถ เมื่อติดต่อขอทำใหม่จะได้รับใบอนุญาตขับรถ Smart card รูปแบบใหม่เท่านั้น

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com

โลกชื่นชมวีรกรรม 3 หนุ่ม ต่อตัวเป็นปีระมิดช่วยชีวิตเด็กน้อย

ปรบมือดังๆ ให้วีรกรรมของ 3 หนุ่มพลเมืองดี ต่อตัวเป็นฐานปีระมิด ขึ้นไปช่วยเหลือเด็กหญิงนั่งอยู่ขอบตึก หลังพยายามหนียุงจากห้องอย่างไร้เดียงสา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ภาพการเข้าช่วยเหลือเด็กน้อยคนหนึ่งที่ติดอยู่ตรงข้ามตึก บริเวณชั้น 3-4 ของอาคารแห่งหนึ่ง กลายเป็นคลิปไวรัลที่ทั่วโลกต่างชื่นชมในวีรกรรมและน้ำใจของชายทั้ง 3 คน ที่ตัดสินใจต่อตัวเป็นฐานปีระมิดเข้าช่วยเหลือเด็ก

ตามรายงานระบุว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในกรุงอัสตานา เมืองหลวงของคาซัคสถาน ภาพของเด็กหญิงตัวน้อยอายุ 3-4 ขวบ นั่งอยู่ขอบหน้าต่าง เสี่ยงที่จะพลัดตกลงมาจากตึกได้ทุกเมื่อ ชายพลเมืองดี 3 คน ผ่านไปเห็นเหตุการณ์เข้า พวกเขาจึงตัดสินใจปีนขึ้นไปบนรถบรรทุกที่จอดอยู่

แต่ระยะความสูงก็ยังไม่เพียงพอที่จะช่วยอุ้มเด็กหญิงลงมา ทำให้ตัดสินใจใช้การต่อตัวเป็นฐานปีระมิด โดยชาย 2 คนเป็นฐาน ยกตัวเพื่อนอีกคนขึ้นไปรับตัวเด็กหญิงลงมาได้อย่างปลอดภัย กลายเป็นวีรกรรมที่ได้รับเสียงชื่นชมจากสังคมเป็นอย่างมาก

ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยเปิดเผยว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เด็กหญิงรำคาญยุงไล่กัดเธอ ด้วยความไร้เดียงสาเธอจึงเปิดหน้าต่างและหนีออกมานั่งขอบตึก โดยนึกไม่ถึงว่าหน้าต่างจะปิดและเปิดกลับเข้าไปให้จากด้านนอกไม่ได้ ทำให้เธอนั่งอยู่เช่นนั้น ทั้งนี้ช่วงเวลาเกิดเหตุพบว่าเด็กหญิงถูกปล่อยให้อยู่บ้านเพียงลำพัง

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com

กรมอุตุฯเผย กทม.ฝนตกร้อยละ 40 เตือนภาคใต้ระวังอันตราย

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงาน ภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่น และภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนกระจาย

(15 ส.ค. 60) กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ ภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่นกับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ส่วนภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนกระจาย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบน ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้ มีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนกระจาย พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดหนองคาย หนองบัวลำภู บึงกาฬ นครพนม สกลนคร อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ และนครราชสีมา อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี และนครปฐม อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 22-27 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com