ของจริง! “ราเยวัช” ทึ่งฟอร์ม “สารัช” ฟอร์มเทพแม้เพิ่งหายเจ็บ

มิโลวาน ราเยวัช เฮดโค้ชทีมชาติไทย ชื่นชม สารัช อยู่เย็น กองกลางทีมชาติไทย ของเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ว่ามีชั้นเชิงลูกหนังที่ยอดเยี่ยม แม้จะเพิ่งหายเจ็บกลับมาลงสนามก็ตาม

โดย มิโลวาน ราเยวัช เฮดโค้ชทีมชาติไทย เดินทางไปชมเกมฟุตบอลโตโยต้า ลีก คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย ที่ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด บุกไปเอาชนะ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 2-0 ที่สนามไอโมบาย สเตเดียม จ.บุรีรัมย์

ภายหลังจบเกม เฮดโค้ชทีมชาติไทย ได้กล่าวถึง สารัช อยู่เย็น กองกลางทีมเมืองทองฯว่า “ผมเห็นคลาส และชั้นเชิงด้านฟุตบอลของเขาที่ยังคงมีอยู่เต็มเปี่ยม เขาบาดเจ็บไปนาน ผมรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดของเขา แต่เขาแสดงให้เห็นว่ายังเป็นนักเตะที่มีศักยภาพสูง”

“เขาเป็นนักเตะแบบที่ทีมชาติไทยขาดหายไป และผมจะพยายามติดตามดูฟอร์มการเล่นของเขาในเกมต่อๆไป”

สำหรับ สารัช อยู่เย็น ได้รับบาดเจ็บหนักพักยาว และเพิ่งรีเทิร์นกลับมาลงสนามเป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือน

“สิงห์บลูส์” เซ็ง “ก็องเต้” เดี้ยงทีมชาติคาดชวดลงสนาม 6 เกม

จบจากพักเบรคทีมชาติ สโมสรต้นสังกัดนักเตะในลีกหลายทีมก็ต้องปวดหัวไปตามตามกัน เมื่อต้องมาเสียนักเตะตัวหลักไปกับอาการบาดเจ็บขณะลงรับใช้ชาติ

“สิงห์บลูส์” เชลซี เป็นอีกทีมที่ต้องเสีย “เอ็นโกโล่ ก็องเต้” มิดฟิลด์ตัวเก่งไป หลังจากมีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขา (แฮมสตริง) ในขณะลงสนามรับใช้ทีมชาติฝรั่งเศส

ทั้งนี้ได้รับการยืนยันแล้วว่าเขาจะพลาดการลงสนามให้กับต้นสังกัด เชลซี ถึง 6 เกมด้วยกัน

สำหรับ เชลซี มีคิวกลับมาลงสนามหลังจากพักเบรคทีมชาติ โดยพวกเขาต้องบุกไปเยือน คริสตัล พาเลซ ทีมบ๊วยที่ยังไม่ชนะใครในฤดูกาลนี้

“กัปตันเจ๋ง” ปลุกใจลูกทีม “ค้างคาวไฟ” บุกแบ่งแต้ม “ปราสาทสายฟ้า”

ความเคลื่อนไหวของทัพนักเตะ “ค้างคาวไฟ” สุโขทัย เอฟซี ที่มีคิว ไปเยือนไอ-โมบาย สเตเดี้ยม ของ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในศึก โตโยต้า ไทยลีก 2017 นัดที่ 30 ในวันเสาร์ที่ 14 ตุลาคม 2560 เวลา 19.00 น.

ล่าสุด “เจ๋ง” ยุทธพงษ์ ศรีละคร กัปตันทีมสุโขทัย เอฟซี เปิดเผยว่า การไปเยือนบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถือว่าเป็นงานที่หนัก พวกเขาเป็นทีมใหญ่ มีนักเตะและระบบที่ดีมาก และเป็นทีมจ่าฝูงในขณะนี้ แต่ในเกมฟุตบอลอะไรก็เกิดขึ้นได้ หากพวกเราทุกคนร่วมแรงร่วมใจกัน สู้ให้สุดใจขาดดิ้น เชื่อว่าเราก็ยังมีลุ้นคว้าแต้มกลับบ้านได้

“ในเกมนี้ เราต้องขาด ดิยุฟ บีรัม ตัวรุกชาวไอวอรี่ โคสต์ ที่ติดโทษแบน และปรัชญ์ สมัคราษฎร์ ที่เจ็บข้อเท้า ส่วคนอื่นๆฟิตพร้อมลง ส่วนอาการของไพโรจน์ เอี่ยมมาก ผู้รักษาประตูมือหนึ่ง ที่เจ็บจนต้องเปลี่ยนตัวออกในช่วงท้ายเกม ที่เยือน ราชบุรี มิตรผล เอฟซี เกมลีกคัพ เมื่อกลางสัปดาห์ ไม่มีปัญหาอะไร กลับมาซ้อมได้แล้วพร้อมลงสนามในเกมนี้อย่างแน่นอน” ยุทธพงษ์ กล่าว

“พวกเรายังพร้อมต่อสู้เพื่อการอยู่รอดในปีนี้ อยากให้แฟนบอลทุกคนช่วยเชียร์ให้เต็มที่เหมือนเดิม เราหวังที่จะสร้างเซอร์ไพร์ในการเจอกับทีมใหญ่สักครั้ง คว้าแต้มสำคัญกลับมาฝากแฟนสุโขทัยทุกคนให้ได้” กัปตันเจ๋ง กล่าวทิ้งท้าย

“วิลเชียร์” ชู “โคลาซินัช” แกร่งเหมือน “สัตว์ประหลาด”

แจ็ค วิลเชียร์ กองกลางฉบับกระเป๋าของอาร์เซนอล กล่าวคำชื่นชมต่อ ซีด โคลาซินัช แบ็คซ้ายเพื่อนร่วมทีมคนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาว่า แข็งแกร่งราวกับ “สัตว์ประหลาด” เลยทีเดียว

“โคลาซินัช ตอนนี้ได้ใจแฟนบอลของ อาร์เซนอล ไปเรียบร้อยแล้ว เพราะเขาเล่นได้อย่างละเอียดและมีประโยชน์ต่อทีมในทุกจังหวะ รวมถึงการฝึกซ้อมด้วยเช่นกัน” วิลเชียร์ กล่าว

“ชายคนนี้เกิดมาพร้อมกับ DNA ของผู้ชนะโดยธรรมชาติ เขามีร่างกายที่แข็งแกร่งราวกับสัตว์ประหลาด และคุณจะรู้สึกเกลียดมากๆแน่ หากต้องรับมือกับเขาในสนาม”

“คุณรอสังเกตได้เลยนะ พอปีกฝ่ายตรงข้ามได้บอลปุ๊บ โคลาซินัช ก็จะเข้าถึงตัวทันทีแบบไม่ให้มีโอกาสเล่นแม้แต่วินาทีเดียว แถมยังประกบแบบชิดสุดๆ ผลงานการแย่งบอลคืนมาได้ของเขาก็สูงมากเช่นกัน”

“ชอบจริงๆ เพราะเขาทำผลงานได้อย่างน่าทึ่ง”

“บอลอิเหนา” ซัดกันยับตั้งแต่นักเตะยันสตาฟฟ์โค้ชในศึก “หนีตาย”

วุ่นวายไม่แพ้แถวนี้เหมือนกับ สำหรับฟุตบอลลีกอินโดนีเซีย เมื่อล่าสุดก่อเหตุยกพวกตะลุมบอนกันยับ ไม่เว้นตัวสำรองและทีมงานสตาฟฟ์โค้ช

เป็นฟุตบอลระดับลีกา 2 ของอินโดนีเซีย ระหว่าง พีเอสบีเค บลิตาร์ พบ เพอร์ซิวันกี บันยูวันกี ซึ่งสถานการณ์ของทั้งสองทีมไม่ค่อยดีนัก จมอยู่ท้ายตาราง ต่างฝ่ายต่างต้องการชัยชนะเพื่อโอกาสในการอยู่รอด

รายงานระบุว่าเกมเริ่มขึ้นอย่างตึงเครียดตั้งแต่ต้น นักฟุตบอลทั้งสองฝ่ายต่างเข้าสกัดกันอย่างรุนแรง มีเหตุวุ่นวายกันยกใหญ่ ทั้งนักเตะในสนาม ตัวสำรองและสตาฟฟ์โค้ช จนผู้ตัดสินต้องแจกทั้งใบเหลืองใบแดงปลิวว่อน

เกมกลับมาแข่งต่อก่อนปะทุหนักในครึ่งหลัง เมื่อฝั่ง เพอร์ซิวันกี ไม่พอใจที่ไม่ได้จุดโทษ ถึงกับวิ่งมาไล่ต่อยกรรมการ จนฝ่ายหลังต้องวิ่งหนี ก่อนสุดท้ายตำรวจต้องเข้ายับยั้งเหตุการณ์

สำหรับเกมนี้ต้องถูกยกเลิกการแข่งขันไปโดยปริยาย และต้องรอทางสมาคมฟุตบอลอินโดนีเซียว่าจะออกมาแถลงอย่างไรต่อไป

ปิดฉากไม่สวย! “นักตบสาวไทย” พ่าย “โสมขาว” 0-3 คว้าอันดับ 2

การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง ชิงแชมป์โลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย กลุ่มบี นักตบสาวไทย ลงสนามเกมที่สุดท้าย พบกับ เกาหลีใต้ ที่สนามเทศบาลนครนครปฐม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน ที่ผ่านมา

โดยเกมนี้ผู้เล่นตัวจริงประกอบด้วย ปลื้มจิตร์ ถินขาว กัปตันทีม, พรพรรณ เกิดปราชญ์, พิมพิชยา ก๊กรัมย์, ชัชชุอร โมกศรี, อัจฉราพร คงยศ, หัตถยา บำรุงสุข และ ปิยะนุช แป้นน้อย ตัวรับอิสระ

เซตแรก เกาหลีใต้ เป็นฝ่ายออกนำไปก่อน 5-1 แต่สาวไทยไม่ยอมง่ายๆ ตีเสมอเป็น 9-9 แต่ยิ่งเล่น สาวแดนโสม ก็โกยแต้มนำห่าง 18-15 ทำให้โค้ชด่วน ตัดสินใจส่ง นุศรา ต้อมคำ ลงสนาม ก่อนที่ นักตบสาวไทย จะไล่ตีเสมอเป็น 21-21 ก่อนที่จะมาพลาดในช่วงท้ายแพ้ไป 22-25

เซตสอง นักตบโสมขาว ยังเล่นกันได้ดีเป็นฝ่ายออกนำ 8-6 ก่อนขยับทำแต้มทิ้งห่างออกไปเป็น 14-10 ทีมสาวไทย พยายามแก้เกม แต่ก็ไม่เป็นผลแพ้ไปอีก 16-25

เซตสาม เกาหลีใต้ มาดีเหลือเกินทั้งเกมรุกเกมรับ ออกนำถึง 11-6 แต่สาวไทยก็ไม่ยอมง่ายๆ พยายามทำแต้มไล่จี้ แต่สุดท้ายก็ไม่ทันแพ้ไปอีก 21-25

จบเกม ทีมชาติไทย เป็นฝ่ายแพ้ให้กับ เกาหลีใต้ 0-3 เซต ทำให้เป็นที่ 2 ของกลุ่ม ส่วน เกาหลีใต้ เก็บชัยรวดทั้ง 4 นัด คว้าแชมป์กลุ่มบีไปครอง อย่างไรก็ตาม ทั้งสองทีมกอดคอกัน คว้าสิทธิ์ไปแข่งขันรอบสุดท้าย ที่ประเทศญี่ปุ่น ในปีหน้า

กระหึ่ม! “ภูริต” ซิวแชมป์ประจำปีรุ่นแอมคัพ หลังเข้าวินอันดับหนึ่งแบบขาดลอยที่จีน

ภูริต ภิรมย์ภักดี นักขับชาวไทยของทีมสิงห์ แพลน-บี มอเตอร์สปอร์ต ผงาดแชมป์ประจำปีประเภทนักขับรุ่นแอมคัพ หลังเข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่งของรุ่น ทิ้ง ซัน จิงซู นักขับเจ้าถิ่นขาดลอย ในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ ออดี้ อาร์ 8 แอมเอ็มเอสคัพ ที่สนามเจ้อเจียง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา

การแข่งขันที่เจ้อเจียง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ซึ่งเป็นสนามแห่งใหม่ล่าสุดของจีน เป็นสนามความยาว 3.2 กม. และจะเป็นสนามสุดท้าย สองเรซสุดท้ายของฤดูกาลของการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ ออดี้ อาร์ 8 แอลเอ็มเอสคัพ

การลุ้นแชมป์ประจำปีประเภทนักขับในรุ่นแอมคัพนั้นเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่าง ภูริต ภิรมย์ภักดี นักขับชาวไทยของทีมสิงห์ แพลน-บี มอเตอร์สปอร์ต กับนักขับเจ้าถิ่น ซัน จิงซู ของทีมไมล์สโตน เรซซิ่ง โดยก่อนหน้านี้คู่นี้เจอกันมาแล้วสองครั้งและเป็นนักขับชาวไทยที่ชนะทั้งสองเรซที่ซูซูก้า เซอร์กิต ประเทศญี่ปุ่น แต่นักขับชาวจีนกลับมามีลุ้นจากชัยชนะสองเรซที่เซี่ยงไฮ้เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ก่อนการแข่งขันเรซที่เก้าของฤดูกาลที่เจ้อเจียง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต นั้น ภูริต ภิรมย์ภักดี อยู่ในอันดับหนึ่งของตารางมี 136 แต้ม นำหน้า ซัน จิง ซู อันดับสองถึง 52 คะแนน ต้องการอีกเพียงแต้มเดียวจากการแข่งขัน 2 เรซสุดท้ายของฤดูกาล

การแข่งขันที่เจ้อเจียง เซอร์กิต ที่ตั้งอยู่ 200 กม.ทางตอนใต้ของเซี่ยงไฮเทค เป็นสนามที่มีทั้งหมด 16 โค้ง ซึ่ง ภูริต ภิรมย์ภักดี นักขับชาวไทยในรถหมายเลข 59 ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ทำเวลาต่อรอบดีที่สุด 1 นาที 30.389 วินาที ก่อนผ่าน 18 รอบเข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่งในรุ่นแอมคัพ โดยทิ้งอันดับสองอย่าง ซัน จิงซู ถึง 27.321 วินาที

จากการเข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่งทำให้ ภูริต คว้าคะแนนเพิ่มอีก 25 แต้ม ทำให้คะแนนสะสมเพิ่มเป็น 161 คะแนน คว้าแชมป์ประจำปีประเภทนักขับในรุ่นแอมคัพไปครองแน่นอนแล้ว ส่วนอันดับสอง ซัน จิงซู นักขับชาวจีนมีคะแนนสะสม 102 คะแนน และอันดับสาม ริค ยูน นักขับชาวเกาหลีใต้ของทีมเคซีเอ็มจี มี 47 คะแนน

ใหม่ล่าสุด! “อีเอสพีเอ็น” คัดมาแล้ว 10 โคตรกำปั้นยุค 2017

อีเอสพีเอ็น สื่อดังแดนมะกัน ได้จัดอันดับ กำปั้นที่ดีที่สุดชนิดปอนด์ต่อปอนด์ หลังการประกาศแขวนนวมแบบกะทันหันของ อันเดร วอร์ด ยอดมวยชาวอเมริกัน เจ้าของแชมป์โลก 8 เส้น (รุ่นซูเปอร์ มิดเดิ้ลเวท และรุ่นไลท์ เฮฟวี่เวท) ที่ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดปอนด์ต่อปอนด์ในโลกกำปั้น

โดย แดน ราฟาเอล นักข่าวอาวุโสที่คลุกคลีในวงการกำปั้นได้ยกย่องให้ “ทริปเปิ้ลจี” เกนนาดี้ โกลอฟกิ้น เจ้าของแชมป์โลก รุ่นมิดเดิลเวท 4 เส้น สภามวยโลก (WBC), สมาคมมวยโลก (WBA), สหพันธ์มวยนานาชาติ (IBF) และ องค์กรมวยนานาชาติ (IBO) คือกำปั้นมือหนึ่งขึ้นมาแทนที่

อันดับ กำปั้นดีสุดปอนด์ต่อปอนด์ 2017
1.เกนนาดี้ โกลอฟกิ้น (คาซัคสถาน) รุ่นมิดเดิลเวท
สถิติ ชนะ 37 เสมอ 1 (ชนะน็อค 33 ครั้ง)

2.วาซิล โลมาเชนโก้ (ยูเครน) รุ่นจูเนียร์ไลท์เวท
สถิติ ชนะ 9 แพ้ 1 (ชนะน็อค 7 ครั้ง)

3.เทอเรนซ์ ครอว์ฟอร์ด (สหรัฐฯ) รุ่นจูเนียร์เวลเตอร์เวท
สถิติ ชนะ 32 (ชนะน็อค 23 ครั้ง)

4.กาเนโล่ “ซาอูล” อัลวาเรซ (เม็กซิโก) รุ่นมิดเดิลเวท
สถิติ ชนะ 49 แพ้ 1 เสมอ 2 (ชนะน็อค 34 ครั้ง)

5.คีธ เธอร์แมน (สหรัฐฯ) รุ่นเวลเตอร์เวท
สถิติ ชนะ 28 (ชนะน็อค 22 ครั้ง)

6.เอร์รอล สเปนซ์ จูเนียร์ (สหรัฐฯ) รุ่นเวลเตอร์เวท
สถิติ ชนะ 22 (ชนะน็อค 19 ครั้ง)

7.กิลเยร์โม่ ริกองโดซ์ (คิวบา) รุ่นจูเนียร์เฟเธอร์เวท
สถิติ ชนะ 17 (ชนะน็อค 11 ครั้ง)

8.ไมกี้ การ์เซีย (สหรัฐฯ) รุ่นไลท์เวท
สถิติ ชนะ 37 (ชนะน็อค 30 ครั้ง)

9.เซอร์เก โควาเลฟ (รัสเซีย) รุ่นไลท์เฮฟวี่เวท
สถิติ ชนะ 30 แพ้ 2 เสมอ 1 (ชนะน็อค 26 ครั้ง)

10.นาโอยะ อิโนอุเอะ (ญี่ปุ่น) รุ่นจูเนียร์ แบนตั้มเวท
สถิติ ชนะ 14 (ชนะน็อค 12 ครั้ง)

น้ำตาร่วง ! มุสตาฟี กล้ามเนื้อฉีก สังเวยเกมทีมชาติ เยอรมนี 5-1 อาเซอร์ไบจาน

ต้องสังเวยนักเตะชื่อดังเพิ่มกันอีกคนแล้วสำหรับช่วงพักเบรกทีมชาติต้นเดือนตุลาคมนี้ โดยมี ชโคดราน มุสตาฟี กองหลังคนสำคัญของทีมชาติเยอรมนี และ อาร์เซนอล เป็นรายล่าสุดจากเกมเมื่อคืนนี้

เกมฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก กลุ่ม C ระหว่าง เยอรมนี กับ อาเซอร์ไบจาน นั้นถึงแม้ผลจะจบลงด้วยสกอร์มโหราฬถึง 5-1 แต่ โยอาคิม เลิฟ ก็ไม่ได้แฮปปี้มากนัก เนื่องจาก มุสตาฟี ได้รับบาดเจ็บถึงขั้นต้องหามออกนอกสนามไปในนาทีที่ 36

“สำหรับ มุสตาฟี นั้นดูเหมือนว่ากล้ามเนื้อหรือว่าเส้นใยกล้ามเนื้อของเขาจะฉีกขาด ซึ่งผมกลัวเหลือเกินว่ามันจะรุนแรงกว่าที่คิด” กุนซือมาดเท่ กล่าว

และจากที่ผู้จัดการทีมอินทรีเหล็กให้สัมภาษณ์ไว้หลังผ่านการประเมินผลรอบแรก ทำให้แอบจับใจความได้ว่า มุสตาฟี นั้นอาจต้องพักยาวเพราะอาการบาดเจ็บในครั้งนี้

ฉะนั้นคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากความโชคร้ายในครั้งนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน หากแต่เป็น อาร์เซน เวนเกอร์ กับสโมสรอาร์เซนอล ของเขานั่นเอง เรียกว่าช่วงเบรกทีมชาตินี่อาถรรพ์ของจริงเลยก็ว่าได้

แหกค่ายยามวิกาลอีกแล้ว! ส.กรีฑาสุดทน หั่น “มิ้ว” จิระพงศ์ พ้นทีมชาติ

สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยฯ ได้ออกหนังสือประกาศตัดนักกรีฑาทีมชาติไทย 4 รายออกจากแคมป์เก็บตัว และห้ามแข่งขันในรายการที่สมาคมฯรับรองทั้งในและต่างประเทศ เป็นเวลา 1 ปี เต็มๆ

โดยนักกีฬา 4 คน ประกอบไปด้วย จิระพงศ์ มีนาพระ ,อภิสิทธิ์ พรมแก้ว, รัตนพล โสวรรณ และ ณัฐพงศ์ วีระวงศ์รัตนศิริ ทำผิดกฏของสมาคมกรีฑาฯ นั่นคือการออกนอกค่ายพักในยามวิกาล

ซึ่งจากการกระทำดังกล่าว ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฏอย่างร้ายแรง และขาดซึ่งความเป็นระเบียบ และไม่เป็นแบบอย่างที่ดีต่อการเป็นนักกีฬาทีมชาติไทย

โดย “แฝดใหญ่” พล.ต.ต.สุรพงษ์ อาริยะมงคล อุปนายกและเลขาธิการสมาคมฯ ได้ชี้แจงว่า “ทั้ง 4 คนนี้ ได้กระทำความผิดในทำนองนี้มาแล้ว และพวกเขาก็สมควรโดนลงโทษ ซึ่งในเวลานี้ เราเตรียมปั้นเด็กใหม่ขึ้นมาแทนจะดีกว่า”

บริการดีๆรอคุนอยู่